มองโกเลียกำลังรุ่ง
นึกไม่ออกว่าจะประกาศข่าวดีในดินแดนที่ไม่มีรู้จักพระเจ้าได้อย่างไร ลองอ่านดูซิครับ น่าสนใจมากครับ....
พระคุณเจ้า เวนส์ เอส. ฟาดิลลา จากคณะ CICM (The Congregation of the Immaculate Heart of Mary) หนึ่งในผู้บุกเบิกในการทำงานแพร่ธรรมในประเทศมองโกเลีย ซึ่งเริ่มต้นเป็นครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม ค.ศ. 1992 หลังจากที่รัฐบาลมองโกเลียและวาติกันได้มีความสัมพันธ์ทางการทูตต่อกันและกันเพียงไม่กี่เดือน
ในเวลา 14 ปีต่อมา(ปี 2006) พระศาสนาจักรในมองโกเลียเติบโตขึ้นอย่างน่าชื่นชม มีวัด 3 แห่ง วัดย่อย 5 แห่ง ธรรมทูต 62 คนจาก 19 สัญชาติ พี่น้องชาวมองโกเลียที่เข้ามารับความเชื่อ 345 คน มีการประกอบพิธีล้างบาปทุกๆปีในช่วงเฉลิมฉลองปัสกา และมีคริสตชนสำรองอีกจำนวนหนึ่งที่กำลังเตรียมตัวเพื่อการรับศีลล้างบาปในปีต่อไป
เรามาดูซิว่า พระคุณเจ้าเวนส์เริ่มต้นและทำงานประกาศข่าวดีอย่างไร
สภาพเริ่มแรกเป็นอย่างไร
ผมมาถึงมองโกเลียในวันที่ 10 กรกฎาคม 1992 พร้อมกับสมาชิกของคณะ CICM อีกสองคน มองโกเลียอยู่ภายใต้อิทธิพลของสองประเทศมหาอำนาจคือ ทิศเหนือติดกับรัสเซีย ส่วนทางใต้ติดกับประเทศจีน หลังจากมาอยู่ในมองโกเลียได้ 3 ปีประเทศนี้ก็ได้รับอิสระจากรัสเซีย
ที่มองโกเลียนี้ไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับคาทอลิกของเราเลย ไม่มีกิจการหรือองค์กรคาทอลิก และไม่พบว่ามีคาทอลิกท้องถิ่นเลย
เมื่อเรามาถึงนั้น เราได้พักอาศัยอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่ง หลังจากนั้น 4 วันจึงได้ย้ายเข้าไปอยู่ในห้องเช่าอีกแห่งหนึ่ง เราไม่รู้จักใครเลย พูดภาษาของท้องถิ่นก็ไม่ได้ ชาวบ้านพูดอะไรกันก็ฟังไม่รู้เรื่อง อ่านป้ายโฆษณาหรือหนังสือต่างๆก็ไม่ได้เช่นกัน เราจึงเป็นเหมือนกับคนใบ้หรือหูหนวกในสถานที่นี้
เริ่มต้นอย่างไร
ทุกอย่างเป็นสิ่งใหม่สำหรับเรา เราไม่คุ้นกับอาหารการกินและการดำรงชีวิตของที่นี้ ที่นี้ไม่มีความสะดวกสบายเหมือนกับที่เคยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน หรือฮ่องกง เดือนแรกๆพูดได้ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการปรับตัวและการเอาตัวรอดให้ได้
เราไปถึงในช่วงฤดูร้อน สามเดือนต่อมาเราเข้าสู่ฤดูหนาวที่นับได้ว่าหนาวที่สุดในรอบ 12 ปีของภูมิภาคนี้ เราต้องใส่เสื้อผ้าและรองเท้าพร้อมกับหมวกคลุมศีรษะของเราอย่างแน่นหนา เราไม่คิดเลยว่าเสื้อผ้ากันหนาวธรรมดาๆของเรากลับกลายเป็นของที่หรูหราของคนที่นี้
แม้ว่าเราจะอยู่แบบไม่คุ้นเคยและไม่มีความสะดวกสบายอย่างที่เคยอยู่ แต่เราก็ค่อยๆเตรียมหัวใจของเราให้เข้าไปสู่จิตใจของประชาชนที่นี้ เราเริ่มต้นด้วยการเรียนรู้ถ้อยคำง่ายๆของของชาวมองโก ภาษาของชาวมองโกไม่ง่ายนัก แต่เราก็ได้พยายามเรียนภาษาของพวกเขาพร้อมกับเรียนรู้ถึงวัฒนธรรมหรือวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขา และในปีต่อมาเราก็ได้รับการยอมรับจากบุคคลต่างๆทั้งจากบุคคลในสถานทูตและองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ รวมถึงชาวมองโกเลียอื่นๆอีกด้วย
เริ่มสร้างวัดถาวร
หลังจากนั้น ธรรมทูตจากคณะต่างๆได้เริ่มเข้ามาเสริมทัพงานประกาศข่าวดีของเราในประเทศนี้ เราได้มีพิธีกรรมิสซาบูชาขอบพระคุณเป็นประจำ แต่ยังไม่มีสถานที่ถาวร เราเหมือนคนอพยพที่ต้องย้ายไปเรื่อยๆ คนก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ภายใน 8 ปีเราต้องย้ายวัดชั่วคราวของเราถึง 7 แห่งด้วยกัน สุดท้ายเราได้ปักหลักสร้างอาสนวิหารนักบุญเปโตรและเปาโล จากนั้นอีก 2 ปี เราได้สร้างวัดอื่นๆอีก 2 วัด คือวัดพระแม่มารีอาและวัดชุมภาบาลที่ดี
เวลา 14 ปีต่อมา(ปี 2006) พระศาสนาจักรในมองโกเลียเติบโตขึ้นอย่างน่าชื่นชม มีวัด 3 แห่ง วัดย่อย 5 แห่ง ธรรมทูต 62 คนจาก 19 สัญชาติ พี่น้องชาวมองโกเลียที่เข้ามารับความเชื่อ 345 คน มีการประกอบพิธีล้างบาปทุกๆปีในช่วงเฉลิมฉลองปัสกา และมีคริสตชนสำรองอีกจำนวนหนึ่งที่กำลังเตรียมตัวเพื่อการรับศีลล้างบาปในปีต่อไป
กิจการสำคัญของที่นี้
แม้ว่าจะมีสภาพแวดล้อมที่ลำบากทางกายภาพ เช่น ความยากจนของประชาชน อากาศที่หนาวเหน็บ หรือความลำบากทางจิตใจ ที่เราต้องอยู่ท่ามกลางศาสนาต่างๆอื่นๆมากมาย แต่เรื่องเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ความกระตือรือร้นในการประกาศข่าวดีของเราอ่อนกำลังลง เรานำพระอาณาจักรของพระเจ้ามาสู่ชาวมองโกเลียโดยการมาทำงานของพวกเราในที่นี้ และได้ทำกิจกรรมทางสังคมต่างๆ ทั้งการพัฒนาสังคม การศึกษา และกิจเมตตาต่างๆมากมาย
เรามีศูนย์คนสูงอายุ 1 แห่ง ศูนย์คนพิการ 1 แห่ง ศูนย์การเรียนรู้สำหรับเด็กเล็ก 3 แห่ง โรงเรียนประถมศึกษา 2 แห่ง โรงเรียนฝึกอาชีพ 1 แห่ง ศูนย์ภาษา ศูนย์เยาวชน เราได้ให้ทุนการศึกษาแก่เด็กยากจน มีหอพักนักศึกษา 2 แห่ง ห้องสมุด 1 แห่ง คลินิก 1 แห่ง สวนเกษตร 2 แห่ง ซึ่งงานต่างๆของเราเหล่านี้ได้รับการยอมรับและความชื่นชมจากบุคคลทั่วไปทั้งเอกชนและรัฐบาล
ฝูงแกะของพระเจ้ากำลังเติบโต
เป็นความหวังของเราและชุมชนที่เป็นเสมือนแกะน้อยๆของพระเจ้าที่จะต้องเติบโตต่อไปภายใต้การชี้นำของพระจิตเจ้า งานของเราไม่ใช่ว่าจะไม่มีปัญหา แต่เราทุกคนต่างมีกำลังใจที่ดีที่ผู้ใหญ่ของพระศาสนจักรให้ความสำคัญ เราได้มีโอกาสต้อนรับสมณะมนตรีกระทรวงเผยแผ่ความเชื่อ พระคาร์ดินัน เซเป ในโอกาสที่ท่านมาเยือนมองโกเลียถึง 2 ครั้ง ทำให้เราซาบซึ้งกับความหมายของคำว่าพระศาสนจักร สากล ศักดิ์สิทธิ์ หนึ่งเดียว และสบเนื่องจากอัครสาวก ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนเราทุกคนต่างเป็นพี่น้องกัน
(จากหนังสือ World Mission ฉบับเดือนตุลาคม 2006)
















