อัศจรรย์ของพ่อบุญเกิด
ชายคนนี้มีชื่อว่า คุณพฤกษ์ มีอาชีพเป็นพวกนายแบบ ถ่ายโฆษณา ฯลฯ อายุน่าจะประมาณ 20กว่าๆ พื้นเพเป็นชาวพุทธ แต่ก็เป็นพุทธแบบคนไทยทั่ว ๆ ไป คือ เป็นแต่ชื่อ เขาบอกเลยว่าเขาแทบไม่เชื่ออะไรเลย อะไรที่เขาพิสูจน์ไม่ได้ ก็จะไม่เชื่อ เป็นคนเชื่อยาก
วันหนึ่ง ในเดือนมิถุนายน 2005 เขาได้ไปที่บริษัทแห่งหนึ่ง แถว ๆ บางเขน แล้วก็พลาดงานนั้นไป ทำให้พลาดเงินแสนไปอย่างน่าเสียดาย เขาก็ท้อแท้เดินออกจากบริษัทไป ระหว่างทางกลับบ้านจึงนึกขึ้นได้ว่า ได้ลืมทรัพย์สินมีค่าทั้งหมดไว้ที่บริษัทแห่งนั้น ทั้งกระเป๋าตังค์ นาฬิกา สร้อย โทรศัพท์ ฯลฯ
พอรีบติดต่อกลับไป ปรากฏว่าทรัพย์สินทุกอย่างหายไปหมดแล้ว เมื่อรู้สึกว่าเคราะห์กระหน่ำกรรมซัดขนาดนั้น ก็ยิ่งท้อแท้จนอยากจะร้องไห้ คิดอะไรไม่ออก ตอนนั้นก็คิดว่า น่าจะมีพระสักองค์ที่ช่วยเขา อยากจะมีที่พึ่ง ตัวเขาเองเป็นเด็กที่เคยเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญ ธนบุรีมาก่อน จำได้ว่าครูที่โรงเรียนเคยบอกว่า แถว ๆ นั้นมีวัดอัสสัมชัญอยู่ เลยตัดสินใจไปวัดอัสสัมชัญ โดยที่ไม่รู้ว่าอยู่ไหน ไปอย่างไร
เขาก็นั่งรถไฟฟ้าไปลงสะพานตากสินแล้วก็ถามทางคนแถวนั้นไปเรื่อย ๆ จนกระทั้งถึงวัดอัสสัมชัญจนได้ ตอนนั้นเป็นเวลาสี่โมงเย็น เขาก็ไปยืนอยู่หน้าวัด ซึ่งสมัยนั้น หน้าวัดอัสสัมชัญยังเป็นน้ำพุขนาดใหญ่อยู่สองข้าง (ปัจจุบันเป็นรูปปั้นนักบุญเปโตร กับ พระสันตะปาปา) ตอนนั้นในวัดก็มืด ๆ เขาก็ยืนเก้ๆ กังๆ อยุ่หน้าวัด ไม่รู้จะทำอย่างไร ทำไม่เป็น เงยหน้ามองขึ้นไปบนยอดก็เห็นรูปปั้นแม่พระสีทองอยู่ เขาก็คิดในใจว่า อ๋อ นี่หรือแม่พระ แล้วอยู่ดี ๆ ก็มีคุณพ่อท่านหนึ่งเดินมาจากทางด้านซ้ายมือ ที่รู้เพราะเขาใส่เสื้อยาวสีขาว แต่ตอนนั้นก็ไม่รู้จะเรียกท่านว่าอะไร ก็เลยยกมือไหว้เฉย ๆ และจำได้ว่า คุณพ่อท่านนี้มีหนวด เขาก็คิดว่า เป็นพระไว้หนวดได้ด้วยหรือ (เพราะพระสงฆ์ของพุทธต้องโกนเรียบ)
เขาเล่าว่าคุณพ่อก็ยกมือขวาขึ้นจับมือด้านซ้ายของเขา แล้วอีกข้างก็จับที่มืออีกด้านของเขา แล้วก็พูดกับเขาว่า “ไม่ต้องกลัวนะ ไม่ต้องกลัว” เขาเล่าว่า ความรู้สึกตอนนั้น เหมือนเนื้อหมูแช่เย็น เย็นชืดๆ มาสัมผัส แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไร ตอนนั้นเขาร้องไห้ ร้องแล้วก็ร้อง เขาเล่าว่า เขารู้สึกอบอุ่น รู้สึกถึงความรัก ความห่วง ชนิดที่เขาไม่เคยได้รับมาก่อน เขาร้องไห้แล้ว ร้องไห้อีก คุณพ่อก็ปลอบอีกว่า “ไม่ต้องกลัวนะ” จากนั้นคุณพ่อก็ยกมือข้างหนึ่งขึ้นไปบนฟ้า แล้วพูดว่า “พระเจ้าจะ.....” (คุ้มครอง, ปกป้อง, ดูแล.... จำไม่ได้ ขออภัย) แล้วพ่อก็พูดต่อว่า “ไปหาพ่อนะ พ่ออยู่ในวัด”
แล้วพ่อก็ปล่อยมือคุณพฤกษ์แล้วเดินจากไป คุณพฤกษ์ที่ยกมือไหว้ขอบคุณอยู่ พอเห็นพ่อเดินไปปุ๊บก็รีบเดินตาม ปรากฏว่าพอเลี้ยวไปทางข้างวัดปุ๊บ คุณพ่อก็หายไปแล้ว หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ
คุณพฤกษ์เล่าว่า ตอนนั้นไม่ได้รู้สึกกลัวหรืออะไรเลย เขามั่นใจว่าไม่ใช่ผี เพราะ ตอนนั้นเพิ่งจะสี่โมงเย็น หลังจากนั้นเขาก็กลับบ้านไป แล้วก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้แม่ฟัง แล้วชวนแม่ไปวัดอัสสัมฯด้วยกัน เพราะติดใจอยากรู้ว่าคุณพ่อท่านนั้นเป็นใคร
หลังจากนั้น 2 วัน คุณพฤกษ์ก็ไปที่วัดอัสสัมฯ อีกครั้งกับคุณแม่ พอไปถึง ก็ไปนั่งอยู่ที่เก้าอี้แถวหลังสุด นั่งเก้ๆ กังๆ กันอยู่สองคน เพราะไม่รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง นั่งมองนู่นมองนี่ไปเรื่อย ๆ สักพัก ก็มีคุณครูท่านหนึ่งเดินเอาดอกไม้ไปไหว้แม่พระข้างหลัง จากนั้นก็เดินไปด้านข้างวัดแล้วคุกเข่าสวดสักพักแล้วก็จากไป เขาไม่เห็นว่าตรงข้างวัดนั้นมีอะไร เพราะเสาบัง แต่ทั้งสองแม่ลูกก็คิดว่า เขาเดินไปได้ เราก็น่าจะเดินไปได้ จึงเดินตามที่คุณครูท่านนั้นเดิน โดยเริ่มจากไหว้แม่พระ แล้วก็มองประมาณว่า แม่พระเป็นแบบนี้เอง เพราะตอนนั้นก็ยังไม่รู้จักอยู่ดี แล้วสองแม่ลูกก็เดินไปด้านข้างวัดบ้าง
ตรงนั้น เขาก็ได้เห็นรูปภาพขนาดใหญ่ ซึ่งขณะนั้นเขาไม่รู้ว่าเป็นใคร และจำไม่ได้ เขาแค่รู้สึกว่าเขาคุ้นหน้าผู้ชายในรูปเหลือเกิน แล้วก็มองเข้าไปที่โลงแก้ว เห็นรูปปั้นจำลอง ก็คุยกันว่า สงสัยเป็นพระที่มรณภาพไปแล้ว แล้วก็เขาทำหุ่นไว้มั๊ง (เหมือนที่ชาวพุทธทำกับพระดัง หรือ เกจิ) แล้วก็พากันกลับบ้านไป
จากนั้นเขาก็ทำนู่นทำนี่ กินข้าว ล้างจาน ระหว่างล้างจาน จู่ ๆ เขาก็นึกถึงเหตุการณ์ทั้งหมดได้ แล้วก็ปิ๊งขึ้นมาว่า คุณพ่อที่เขาได้เจอ คือคนเดียวกับในรูปที่เขาเห็นในวัด ตอนนั้นเขาเล่าว่าเขาก็เริ่มจะกลัวขึ้นมา ไม่รู้ว่าตัวเองเจอกับอะไร ใคร คน หรือ พระ หรือ ผี เขารีบหาเบอร์โทรของวัดอัสสัมฯ จนพบ แล้วจึงสอบถามว่า พระที่นอนอยู่ในวัดคือใคร ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่า คือ บุญราศี คุณพ่อ นิโคลัส บุญเกิด
หลังจากได้ทราบชื่อท่านแล้ว เขาก็ได้เริ่มค้นคว้าว่า คุณพ่อเป็นใคร จนได้รู้ประวัติของท่าน ในที่สุด เขาก็ได้เรียนคำสอน และล้างบาปในที่สุด พร้อม ๆ กับนำสมาชิกในอื่น ๆ ในครอบครัวให้มารู้จักพระเป็นเจ้าด้วย ด้านตัวคุณแม่ของคุณพฤกษ์ก็ได้กลับใจล้างบาปก่อนสิ้นใจด้วยเช่นกัน
ทุกวันนี้ คุณพฤกษ์เล่าว่าเขายังคงสัมผัสถึงคุณพ่อเสมอ ๆ เขาเรียกคุณพ่อว่า พ่อบุญเกิด ซึ่งท่านก็จะคอยช่วยเหลือคุณพฤกษ์เสมอ ๆ ซึ่งมีเหตุการณ์อัศจรรย์-เหลือเชื่อเกิดขึ้นบ่อย ๆ ทั้งกับตัวคุณพฤกษ์และคนรอบข้าง เรียกว่าขอแล้วท่านก็ไม่เคยปฏิเสธ
ใครที่ยังไม่เคยขอความช่วยเหลือจากคุณพ่อ ก็ลองขอกันดูนะคะ เพราะพวกเรากำลังรออัศจรรย์เพื่อขอแต่งตั้งท่านเป็นนักบุญอยู่
http://www.newmana.com/phpbb/viewtopic.php?f=2&t=15655
เมื่อท่านวางใจในพระเจ้า ท่านกลัวอะไรกับภัยอันตราย
พระเจ้าไม่เคยทอดทิ้งผู้ใด เมื่อเขาวางใจในพระองค์
มงกุฏหนาม ทำให้เราสัมผัสถึงโลหิต แห่งความรัก ฉันใด
ขวากหนามในชิวิต ก็ทำให้เราสัมผัสพระพร จากผลแห่งความศรัทธา ฉันนั้น
ขอพระประทานพระพรแด่ทุกท่านค่ะ
| ถัดไป > |
|---|

















