พระศาสนจักรคาทอลิกในเวียดนาม
หยุดสงกรานต์หลายวัน จะไปเที่ยวไหนก็รถติดแถมมีอันตราย แหล่งท่องเที่ยวต่างๆก็แออัดไปด้วยผู้คน อยู่บ้านเฉยๆก็ไม่มีอะไรทำ แถมอากาศร้อนอบอ้าว เลยตัดสินใจไปเที่ยวไซ่ง่อน แต่จะไปทั้งทีก็ควรทำอะไรให้มันเป็นประโยชน์เสียบ้าง ก็เลยขอให้พรรคพวกติดต่อซิสเตอร์และพระสงฆ์ให้เพื่อที่จะสัมภาษณ์เกี่ยวกับพระศาสนจักรในเวียดนาม โชคดีที่ได้สัมภาษณ์กับคุณพ่อปีเตอร์ คาม ซึ่งเป็นทั้งผู้อำนวยการศูนย์อภิบาลและเป็นเลขาธิการสภาพระสังฆราชเวียดนาม
ถาม: ในปัจจุบันนี้เวียดนามมีประชากรกรคาทอลิกจำนวนเท่าไร?
ขณะนี้เรามีจำนวนคาทอลิกมากกว่า 6 ล้านคน จากจำนวนประชากรทั้งประเทศกว่า 70 ล้านคน ซึ่งหากจะคิดเป็นอัตราส่วนแล้ว จำนวนคาทอลิกของเรามีประมาณ 7 เปอร์เซ็นต์
ถาม: ไม่ทราบว่ามีด้วยกันทั้งหมดกี่สังฆมณฑล?
เรามีด้วยกันทั้งหมด 26 สังฆมณฑลทั้งเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ แต่ละสังฆมณฑลต่างก็มีพระสังฆราช 1 องค์เป็นผู้ปกครอง แต่คุณก็อาจทราบแล้วว่าเรายังมีพระสังฆราชที่เกษียณงานแล้วอีกหลายคน เรามีพระอัครสังฆราช 3 องค์ มีพระคาร์ดินัล 1 องค์ซึ่งประจำอยู่ที่อัครสังฆมณฑลโฮจิมินห์หรือไซ่ง่อน สำหรับจำนวนพระสงฆ์ทั้งประเทศนั้นผมไม่ค่อยแน่ใจ แต่คิดว่าเราคงมีราวสี่ถึงห้าพันคน นี่หมายถึงพระสงฆ์พื้นเมืองนะ ที่เป็นนักบวชอีกต่างหาก จำนวนไม่มากเท่าพระสงฆ์พื้นเมืองก็จริง แต่ก็ไม่น้อยเหมือนกัน ส่วนจำนวนซิสเตอร์นั้นมีมากกว่านี้หลายเท่าตัว
ถาม: ไม่ทราบว่าปัจจุบันมีบ้านเณรใหญ่และบ้านเณรเล็กกี่แห่ง และมีเณรกี่คน?
ทั้งประเทศเรามีบ้านเณรใหญ่ด้วยกัน 6 แห่ง เราไม่มีบ้านเณรเล็ก เพราะว่าทางราชการไม่ยอมให้เราเปิดบ้านเณรเล็ก ที่เคยมีมาก่อนก็ถูกปิดไปหมดตั้งแต่ปี ค.ศ. 1995 บ้านเณรใหญ่แต่ละแห่งจะอยู่เป็นเขต แห่งหนึ่งจะรับเณรจากราว 5-6 สังฆมณฑล อย่างเช่นบ้านเณรนักบุญยอแซฟที่อยู่ในบริเวณศูนย์อภิบาลของเรานี้มีเณรใหญ่อยู่ราว 200 คนสำหรับ 3 สังฆมณฑล เมื่อไวๆมานี้เราต้องแยกสาขาออกไปอีกแห่งหนึ่ง เนื่องจากว่าที่นี้เล็กเกินไป ที่ใหม่นี้สำหรับ 4 สังฆมณฑล ดังนั้นเณรใหญ่เฉพาะที่กำลังเตรียมตัวจะเป็นพระสงฆ์พื้นเมืองในบ้านเณรใหญ่ 6 แห่งของเราคงจะมีเณรราวพันหรือพันกว่าคน ปีหนึ่งๆเราจะมีพระสงฆ์พื้นเมืองบวชใหม่ไม่ต่ำกว่า 100 คน ส่วนกระแสเรียกนักบวชหญิงนั้นมีมากกว่าหลายเท่าตัว ต้องขอบคุณพระเป็นเจ้าที่เวียดนามยังมีกระแสเรียกมาก จนทางสหรัฐอเมริกาขอให้ส่งพระสงฆ์ของเราไปช่วยหลายคน และเขาก็พอใจมากกับพระสงฆ์ที่เราส่งไปสำหรับการปฏิบัติหน้าที่อภิบาลและการดำเนินชีวิตที่เป็นแบบฉบับ ผมคิดว่าหากจะเทียบประเทศที่ยากจนกับประเทศที่ร่ำรวยหรือประเทศที่มีวัฒนธรรมตะวันตกเข้าไปมากๆ ประเทศที่ยากจนมักจะมีกระแสเรียกมากกว่า อาจเป็นเพาะคนจนยังยึดเกาะติดกับพระเจ้าเป็นที่พึ่ง ส่วนความเจริญทางด้านวัตถุผลักดันคนให้ถอยห่างจากพระเจ้า ความสะดวกสบายจึงมักจะเป็นตัวถ่วงให้กับชีวิตจิตคนเราเสมอ
ถาม: ทราบว่าหากจะบวชพระสังฆราชองค์ใหม่ ต้องได้รับการเห็นชอบจากรัฐก่อนใช่ไหม?
ถูกต้องแล้ว ทั้งนี้เป็นเพราะทางราชการถือว่า พระสังฆราชเป็นผู้ที่มีอิทธิพลต่อประชาชน ดังนั้นรัฐต้องการแน่ใจว่าผู้ที่เป็นสังฆราชใหม่นั้นเป็นคนแบบไหน สำหรับเรื่องนี้เราไม่มีปัญหาอีกแล้ว เพราะเราตกลงกันเรียบร้อยแล้วกับโรมในการสรรหาคนของเราไว้แล้วล่วงหน้า 2-3 คน จากนั้นเราจึงไปปรึกษากับทางราชการ ทางการจะเลือกเอาคนไหนก็จะเข้าทางของเราหมด
ถาม: คุณพ่อพอจะพูดให้ฟังเกี่ยวกับโรงเรียนคาทอลิกบ้างได้ไหม?
สมัยก่อนโรงเรียนของเราก็คงจะเป็นแบบโรงเรียนคาทอลิกในประเทศไทยนั่นแหละ มีจำนวนพอๆกัน แต่พอมาถึงปี ค.ศ. 1975 มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศ โรงเรียนคาทอลิกถูกยึดเป็นของรัฐหมด ดีที่เขาไม่ยึดวัดไปด้วย
ถาม: คุณพ่อพอจะพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับพระหาสนจักรคาทอลิกให้ฟังได้บ้างไหม?
คุณพ่อปีเตอร์หยุดคิดครู่หนึ่งก่อนที่จะกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสลับซับซ้อนและมีความละเอียดอ่อนมาก เรามีปัญหาเรื่องอสังหาริมทรัพย์และอีกหลายๆปัญหาที่สถานทูตวาติกันที่ฮานอยเป็นผู้รับผิดชอบ เราไม่ควรพูดกันถึงเรื่องนี้ในสื่อเพราะอาจไม่เป็นผลดีสำหรับพระศาสนจักรของเรา แต่หากจะพูดโดยทั่วไปแล้ว สถานการณ์เวลานี้กำลังดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเราหวังว่าสถานการณ์คงจะกลับเป็นปกติต่อไปในอนาคต
ผู้เขียนมีโอกาสไปเยี่ยมซิสเตอร์เมรี่ ทานงะ นักบวชคณะนอเตอร์ดาม ซิสเตอร์บอกว่าคณะของเธอมีสมาชิกด้วยกัน 60 กว่าคน ตั้งแต่โรงเรียนของคณะถูดยึดไปคณะประสบกับปัญหาการเงินมาก เพราะไม่มีรายได้ พอดีมีองค์กรญี่ปุ่นมาสร้างศูนย์ให้ที่โฮจิมินห์ เปิดสอนภาษาญี่ปุ่นทำให้มีรายได้มาเลี้ยงสมาชิกของคณะ แต่ปัญหาใหญ่ของคณะก็คือขาดเงินสำหรับใช้ทำงานกับคนยากจน ซึ่งเป็นจิตตารมย์ของคณะ ซิสเตอร์เป็นอาจารย์สอนพระคัมภีร์ให้กับเณรใหญ่ แต่เธอเองอยู่ห่างออกไปจากนครโฮจิมินฆ์ราว 40 กิโลทำงานอยู่กับคนยากจน เธอเปิดโครงการไมโครเครดิตขึ้นเพื่อช่วยคนจน แต่เธอมีเงินจากการบริจาคแค่ 500 เหรียญสหรัฐเท่านั้นสำหรับคนจนหลายร้อยคน
สิ่งที่ผู้เขียนประทับใจกับพระศาสนจักรเวียดนามคือความสมถะ ผู้เขียนสัมภาษณ์เลขาธิการของสภาพระสังฆราชในห้องทำงานของท่าน ไม่มีแอร์ครับ และวันรุ่งขึ้นท่านเชิญผมให้ไปรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน ซึ่งตรงกับวันที่เขามีการประชุมพวกเลขาธิการของคณะกรรมาธิการต่างๆ ห้องที่เขาประชุมกันก็ไม่มีแอร์เหมือนกัน สภาพระสังฆราชของเขาแบ่งการปกครองออกเป็น 15 คณะกรรมาธิการด้วยกัน แต่ละคณะกรรมาธิการก็มีพระสงฆ์องค์หนึ่งรับผิดชอบ ส่วนฆราวาสนั้นมีไม่กี่คนและแต่ละคนก็เป็นอาสาสมัครไม่มีเงินเดือน ผมไม่เห็นมีรถยนต์แม้แต่คันเดียวจอดที่ๆเขาประชุมกัน คงจะมามอเตอร์ไซด์ รถประจำทางหรือแท็กซี่กัน สมาชิกกรรมาธิการไม่ได้พักที่ศูนย์กลางอภิบาล แต่ละคนก็มีหน้าที่เป็นเจ้าอาวาสบ้าง หรือตำแหน่งอื่นข้างนอก ส่วนอาหารเที่ยงก็เป็นแบบธรรมดาที่สุด มีแกงพะโล้ เต้าหู้ทอด ผัดผัก และแกงจืด เท่านั้นเอง
พอดีได้พบกับชาวเวียดนามที่พอพูดภาษาไทยได้คนหนึ่ง ถามเขาว่าจะไปวัดวันอาทิตย์ได้ที่ไหน เขาอาสาที่จะมารับผมไปวัดของเขาด้วยกันทันที ผมซ้อนมอเตอร์ไซด์เสี่ยงตายไปกับเขา คนที่เคยไปเวียดนามคงจะทราบกันดีว่ามอเตอร์ไซด์ในเวียดนามนั้นมันมากมายแค่ไหนและขับขี่กันอย่างไร เราไปวัดห้าโมงเย็น เป็นวัดที่ค่อนข้างใหญ่จุคนประมาณด้วยสายตาคงจะราว 7-8 ร้อยคน มันเป็นแค่วันอาทิตย์ธรรมดาแต่ผมคิดว่าเป็นวันฉลองวัด เพราะที่นั่งเต็มหมด แถมทางเดินซ้ายขวามีเก้าอี้เสริมเต็มหมด ผมหันไปดูทางประตูวัด หน้าลานวัดมีผู้คนนั่งกับพื้นเต็มอีกเช่นกัน การขับร้องมีคณะประสานเสียงชายหญิงแต่งเครื่องแบบราว 30 คนขับร้องที่ซุ้มข้างซ้ายใกล้พระแท่นพร้อมคอนดักเตอร์ ถึงเวลาแจกศีลมหาสนิทมีซิสเตอร์คณะรักไม้กางเขนสองท่านช่วยพระสงฆ์แจกศีล การเวียนถุงทานใช้เวลานานจนกระทั่งเกือบแจกศีลเสร็จ เนื่องจากคนมีจำนวนมากนั่นเอง
หลังจากเลิกมิสซาพอเดินออกจากวัน ข้างนอกมีซิสเตอร์คนหนึ่งไม่ทราบคณะอะไรถือกล่องรอรับบริจาคอยู่ ไม่ทราบว่าเพื่อคณะหรือเพื่อกิจกรรมการกุศลที่ทางคณะทำอยู่ มันเป็นอะไรแปลกตาที่บ้านเราไม่ทำกัน
สรุปได้คำเดียวว่า ในสายตาของผม ศรัทธาและความเชื่อของคริสตชนเวียดนามเข้มแข็งมาก ที่ศูนย์อภิบาลเขากำลังสร้างอาคารหลังใหม่อยู่เพื่อเป็นอนุสรณ์ครบ 350 ปีที่พระศาสนจักรคาทอลิกเริ่มต้นในประเทศเวียดนาม พระศาสนจักรไทยก็เริ่มในเวลาไล่เลี่ยกัน ประชากรก็ไล่เลี่ยกัน แต่เวียดนามมีคาทอลิกกว่า 6 ล้าน ส่วนพี่ไทยเรา 3 แสนอยู่ตัวและคงที่ น่าคิดเหมือนกันนะครับ
ป.ล. ขอขอบคุณสมาคมคาทอลิกแห่งประเทศไทยโดยผ่านคุณยุวดี นิ่มสมบูรณ์ ที่บริจาคเงินจำนวน 10,000 บาทให้ผมไปมอบให้กับชุมชนเวียดนามยากจนที่พนมเปญเพื่อโลงศพสำหรับคนยากจนมา ณ ที่นี้ด้วย
| < ย้อนกลับ |
|---|

















