ศิษย์เก่าโรงเรียนสอนตาบอดทำบุญบูชาครู
วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2010 สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ นำโดยนายกสมาคม นายวิรัช สุขเจริญ ได้ร่วมใจกันไปแสดงความเคารพต่อดวงวิญาณของซิสเตอร์โรสและบรรดาซิสเตอร์ซาเลเซียนที่เคยทำงานที่โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ ณ สุสานวัดนักบุญยอแซฟบ้านโป่งราชบุรี หลังจากนั้นได้กลับมาที่ศูนย์ฝึกอาชีพคนตาบอดหญิงเพื่อร่วมถวายมิสซาบูชาขอบพระคุณอุทิศให้กับดวงวิญญาณของซิสเตอร์ผู้มีพระคุณทุกท่าน
ในโอกาสนี้จึงขอแนะนำให้ผู้อ่านได้รู้กับสมาคมศิษย์เก่าฯและกิจกรรมต่างๆที่สมาคมได้จัดขึ้นในแต่ละปี ดังนี้
จุดประสงค์ในการมาชุมนุมกันในวันนี้(7ก.พ.)คืออะไร
จุดประสงค์ของการจัดกิจกรรม เป็นการแสดงความกตัญญู ต่อซิสเตอร์โรส และซิสเตอร์ที่เสียชีวิตและที่เคยทำงานกับคนตาบอด เป็นการแสดงออกซึ่งความผูกพัน กับ คณะซิสเตอร์ในฐานะที่ท่านดูแลอบรมสั่งสอนคนตาบอดเสมอมาและเป็นบุคคลที่เปี่ยมด้วยเมตตาจิตต่อคนตาบอด ไม่ว่าองค์กรใดของคนตาบอดที่มีโอกาสร้องขอความช่วยเหลือจากท่าน ท่านไม่เคยดูดายและให้ความช่วยเหลืออนุเคราะห์ทุกครั้งด้วย ความห่วงใย (ซึ่งในสมัยก่อน ที่ คณะซิสเตอร์ซาเลเซียน เป็นผู้บริหารโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ ทำให้คนตาบอดได้มีโอกาสได้รับการช่วยเหลือ ทั้งทางกาย และจิตใจ ได้รับการอบรมสั่งสอนเป็นอย่างดี ทำให้คนตาบอดรักและผูกพันกับคณะซิสเตอร์มาก) อีกทั้งเป็นการพบปะระหว่างศิษย์เก่าของโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ ทุกคนจะได้มีโอกาสพูดคุยถึงเรื่องราวที่ผ่านมา เป็นการระลึกถึงบรรยากาศเก่า ๆ ที่เคยได้อยู่ร่วมกัน
จัดเป็นปีที่เท่าไรแล้ว และจัดทุกๆเดือนกุมภาพันธ์ใช่ไหม
ในการจัดกิจกรรมนี้ มีความเป็นมา 2 ช่วง ด้วยกัน คือ ใน ช่วงแรก ที่ซิสเตอร์โรส มูร์ ยังมีชีวิตอยู่ แต่ได้ย้ายไปจากโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ ไปอยู่ที่ศาลาแดง หรือ ไปอยู่ที่อื่น คณะศิษย์เก่าโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ ก็จะพากันไปแสดงความกตัญญู ในช่วงที่เป็นวันเกิดของซิสเตอร์ คือ ในช่วงเดือน ตุลาคม ของทุกปี แต่พอซิสเตอร์โรส มูร์ ได้เสียชีวิต ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 1996 ช่วงที่ 2 สมาชิกทุกคนก็ตกลงกันว่าจะมาเคารพศพ หรือ มาระลึกถึงซิสเตอร์โรส และซิสเตอร์ที่เคยอยู่กับคนตาบอดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปี ซึ่งจะเลือกให้ตรงกับวันอาทิตย์ เพราะว่าสมาชิกทุกคนส่วนมากจะทำงานในวันธรรมดา และไม่สามารถมาร่วมงานได้ ถ้าไม่ตรงกับวันอาทิตย์ และจะไม่ให้เกิน วันที่ 21 หรือ 22 ของเดือน เพราะว่าสมาชิกจะมีเรื่องการขายลอตเตอรี่ในช่วงเวลาที่ใกล้จะสิ้นเดือนในช่วงแรกนั้นเริ่ม ตั้งแต่ พ.ศ. 2528 (ตั้งแต่ยังไม่ได้ตั้งเป็นสมาคมฯ) เป็นเวลา 11 ปี ในช่วงที่ 2 นั้นเริ่ม ตั้งแต่ พ.ศ. 2539 – ปัจจุบัน เป็นเวลา 14 ปี
ในแต่ละปีสมาคมฯ มีกิจการอะไรบ้าง
กิจกรรมหลัก ๆ ที่จะต้องทำประจำทุกปี
1. เดือน มกราคม ของทุกปี จัดงานวันรวมน้ำใจพี่รักน้อง เป็นกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความรัก และความสามัคคีระหว่างศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบันของโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ โดยการซื้อขนม หรือ เลี้ยงอาหารให้กับน้อง ๆ ที่อยู่ในโรงเรียน มีการพบปะพูดคุย กันระหว่างศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบัน
2. เดือน กุมภาพันธ์ ของทุกปี จัดงาน ระลึงถึง ซิสเตอร์โรส มูร์ และคณะซิสเตอร์ซาเลเซียนผู้ล่วงลับ เพื่อแสดงความกตัญญู ที่ท่านเคยอบรมสั่งสอน และเป็นคณะผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ
3. เดือน พฤษภาคม ของทุกปี ประชุมใหญ่สามัญประจำปี
4. วันที่ 11 สิงหาคม ของทุกปี ร่วมกันเข้าเฝ้า และถวายพระพร พระราชินี พระแม่ของปวงชนชาวไทย
5. เดือน ตุลาคม ของทุกปี จัดงานฉลองครบเบญจมงคลวารให้กับสมาชิกอาวุโสของสมาคมฯ ที่มีอายุ ครบ 60 ปี (งานวันผู้สูงอายุ)
6. เดือน พฤศจิกายน ของทุกปี จัดงานวันคนพิการสากล ให้กับสมาชิก และคนพิการ
7. เดือน ธันวาคม ของทุกปี
- 5 ธ.ค. ร่วมกันเข้าเฝ้า และถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย
- 12 ธ.ค. จัดงานวันรำลึกถึง อาจารย์เจเนวีฟ คอลฟีลด์ ผู้ให้กำเนิดการศึกษาคนตาบอดในประเทศไทย
- 24 ธ.ค. ร่วมงานคริสตมาส ที่ ศูนย์ฝึกอาชีพหญิงตาบอดสามพราน โดยการร่วมร้องเพลงในคืนวันที่ 24 ธันวาคม เพื่อส่งความสุขให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน และเป็นการระลึกถึงบรรยาศเก่า ๆ ของคืนวันคริสตมาส
กิจกรรมที่จัดขึ้น
1. กิจกรรมประเพณีที่จัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี
- จัดงาน ฉลองครบเบญจมงคลวาร ให้กับสมาชิกอาวุโสของสมาคมฯ
- จัดงานคารวะแด่นักบวชคณะซาเลเซียนผู้ล่วงลับ ซึ่งเคยเป็นคณะผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ
- จัดงานวันรวมน้ำใจพี่รักน้อง เป็นกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความรัก และความสามัคคีระหว่างศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบันของโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ
2. กิจกรรมด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนตาบอด
- จัดสรรโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลให้แก่สมาชิกนำไปจำหน่ายเพื่อการประกอบอาชีพ
- จัดสัมมนาการพยากรณ์ดวงชะตาสู่แนวทางเลือกใหม่สำหรับผู้พิการทางสายตา
- จัดสัมมนาอาชีพผู้ค้าสลากผู้พิการทางสายตา
- จัดส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันโกลบอลชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ณ จังหวัดตรัง
3 งานด้านการจัดสวัสดิการให้แก่สมาชิก
- จัดสรรทุนการศึกษาให้แก่ สมาชิก และบุตร จำนวน 70 ทุนเป็นเงิน 100,000 บาท
- สนับสนุนค่ารักษาพยาบาลให้กับสมาชิก ปีละประมาณ 150 ราย เป็นเงิน 250,000 บาท
- ช่วยเหลือสวัสดิการค่าคลอดบุตรให้แก่สมาชิก ปีละ 10 ราย เป็นเงิน 10,000 บาท
- ช่วยเหลือค่าฌาปนกิจให้แก่สมาชิก และครอบครัว ปีละ 30,000 บาท
- จัดสรรทุนช่วยเหลือสมาชิกผู้ประสบภาวะวิกฤตในการครองชีพ ปีละ 30,000 บาท
- จัดสรรทุนเพื่อการประกอบอาชีพให้แก่สมาชิก ปีละ 200,000 บาท
4. ร่วมงานกับองค์กรเครือข่ายในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนตาบอด คนพิการ ตลอดจนพัฒนาชุมชน และสังคม
- เป็นสมาชิกสามัญประเภทนิติบุคคลของสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย
- เป็นกรรมการกองทุนอาจารย์เจเนวีฟ คอลฟีลด์เพื่อการศึกษาและสร้างเสริมคุณค่าสังคมไทย
- เป็นสมาชิกกองทุนร่วมใจสงเคราะห์ชุมชนสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
- เป็นคณะทำงานกองทุนส่งเสริม และพัฒนาการใช้อักษรเบรลล์
- เป็นคณะอนุกรรมการโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ
- ร่วมกับองค์กรเครือข่ายคนพิการในการเสนอนโยบายกับภาครัฐ
กรรมการของสมาคมฯเป็นใครบ้าง
รายชื่อกรรมการบริหารสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ
1. นายวิรัช สุขเจริญ (นายกฯ)
2. นายโกมล มาลัยทอง (อุปนายกฝ่ายบริหาร)
3. นายเอกกมล แพทยานันท์ (อุปนายกฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์)
4. นางรุจิรา สงขาว (อุปนายกฝ่ายการศึกษา)
5. นายสุรชาติ ราชจันดา (อุปนายกฝ่ายส่งเสริมอาชีพและกิจกรรมองค์กร)
6. นายกรินทร์ เศรษฐธนบดี (อุปนายกฝ่ายสวัสดิการ และการจัดหารายได้)
7. นายเทวพงษ์ พวงเพชร (เลขานุการ)
8. นางสาวพรรณี สงคราม (เหรัญญิก)
9. นางสาวขนิษฐา อุเทนสุต (นายทะเบียน)
10. นายสุเมตร ธรรมวงศ์ (ประชาสัมพันธ์)
11. นายบรรชัน หมวกคำ (ปฎิคม)
ประวัติของสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ
ประวัติความเป็นมา
เมื่อปลายปี พ.ศ. 2527 ต่อต้นปี พ. ศ. 2528 อาจารย์ออรอรา ศรีบัวพันธุ์ (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขาธิการ และผู้จัดการมูลนิธิคอลฟีลด์เพื่อคนตาบอด ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี) ซึ่งเป็นศิษย์คนสำคัญคนหนึ่งของอาจารย์เจเนวีฟคอลฟีลด์ ผู้ให้กำเนิดการศึกษาคนตาบอดในประเทศไทย ได้รับทราบข่าวการอสัญกรรมของท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลย์สงคราม ภริยาของอดีตนายกรัฐมนตรี จอมพล ป. พิบูลย์สงคราม ด้วยความระลึกถึงพระคุณของจอมพล ป.พิบูลย์สงคราม ที่ได้ให้ความอนุเคราะห์จัดหาที่ดินแปลงหนึ่งเนื้อที่ประมาณ 7 ไร่เศษ บริเวณสี่แยกตึกชัย ถนนราชวิถี ตัดกับถนนพระรามหก มอบให้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ อย่างถาวรจนถึงปัจจุบัน
อาจารย์ออรอรา ศรีบัวพันธุ์ ได้เดินทางไปร่วมบำเพ็ญกุศลศพท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลย์สงคราม พร้อมทั้งมอบเงินจำนวนหนึ่งเพื่อร่วมบำเพ็ญกุศลอุทิศแด่ท่าน ในนามคณะศิษย์เก่าโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ จากกรณีดังกล่าวได้จุดประกายความคิดให้อาจารย์ออรอรา ศรีบัวพันธุ์ ตระหนักถึงการรวมตัวกันในระหว่างศิษย์เก่าของโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพให้ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณทั้งหลายในวาระสำคัญต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม
ดังนั้นจึงริเริ่มก่อตั้งชมรมศิษย์เก่าโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ ขึ้นในปี พ.ศ. 2528 โดยอาจารย์ออรอรา ศรีบัวพันธุ์ รับเป็นประธานชมรมคนแรก ชมรมศิษย์เก่า ได้ดำเนินการมาเป็นระยะเวลา 6 ปี จนถึงปี พ.ศ. 2534 จึงได้ขออนุญาตจดทะเบียนจัดตั้งเป็นสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนสอนคนตาบอด กรุงเทพ (ส.ศ.ก.) โดยได้รับใบแสดงสำคัญการจดทะเบียนเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2534 แรกเริ่มได้รับความอนุเคราะห์จากโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ ให้ใช้สถานที่เพื่อการติดต่อประสานงานในระหว่างปี พ.ศ. 2534 – 2537 กิจกรรมช่วงแรกมีเพียงบางส่วนเท่าที่เห็นสมควร และจำเป็น เช่น การจัดงานในวาระเกษียณอายุราชการของครูบาอาจารย์ งานฉลองในวาระอายุครบ 60 ปี ของสมาชิกในแต่ละปี เป็นต้น
ในปี พ. ศ. 2537 นับเป็นนิมิตหมายอันดีที่โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ ได้ก่อตั้งครบรอบ 55 ปี นางมุกดา ปัญญ์เอกวงศ์ (มารดาของนายสมชาย ปัญญ์เอกวงศ์ อดีตนายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย) ได้เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนตาบอด ได้บริจาคเงินจำนวน 550,000 บาท เพื่อเป็นทุนประเดิมการก่อตั้งกองทุนเพื่อการศึกษาแก่บุตร และสมาชิกของสมาคมฯ หลังจากนั้นครอบครัวปัญญ์เอกวงศ์ ได้กรุณาให้การสนับสนุนเงินทุนการศึกษาสืบทอดเจตนารมณ์ ของนางมุกดา ปัญญ์เอกวงศ์ เป็นระยะเวลาต่อเนื่องกันทุกปี ซึ่งเป็นอานิสงค์แก่สมาชิก และบุตร ที่ได้รับการสนับสนุนทุนการศึกษาเป็นจำนวนกว่า 70 รายในแต่ละปี
ต่อมาในปี พ.ศ. 2538 สมาคมฯ ได้รับการจัดสรรโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาล จากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ให้สมาชิกนำไปจัดจำหน่ายเพื่อการประกอบอาชีพ โดยสมาคมฯ ได้นำส่วนลดที่ได้รับจากสำนักงานสลากฯ มาจัดเป็นสวัสดิการแก่สมาชิก เช่น เงินทุนกู้ยืมเพื่อการประกอบอาชีพ ค่ารักษาพยาบาล สวัสดิการคลอดบุตร และเงินทุนช่วยเหลือฌาปนกิจศพ เป็นต้น
ในปี พ.ศ. 2541 เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศผันผวน เป็นเหตุให้อสังหาริมทรัพย์ ปรับลดราคาลงเป็นอันมาก คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ได้พิจารณาเห็นเป็นโอกาสอันดี จึงได้จัดซื้ออาคารเลขที่ 27/9 หมู่ 5 ซอยพหลโยธิน 54 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพฯ 10220 เพื่อใช้เป็นสำนักงานถาวรจนถึงปัจจุบัน
สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ (ส.ศ.ก.) ได้ก่อตั้งมาเป็นระยะเวลา 18 ปีเศษ โดยมีนายกสมาคมฯ บริหารงานมาแล้วรวมจำนวน 8 คน ประกอบด้วย
1. นายใหญ่ พงศาสนองกุล บริหารงานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534-2536
2. นายสุทัศน์ สุขกาย บริหารงานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536-2538
3. นายเมตตา เกษเพชร บริหารงานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538-2540
4. นายไพฑูรย์ วนารมย์ บริหารงานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540-2542
5. นายพนมพันธ์ จารุรัตน์ บริหารงานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542-2544
6. นายประดิษฐ์ แสงทับ บริหารงานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544-2548
7. นายอรชุน ตันฤกษ์สถาพร บริหารงานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548-2550
8. นายวิรัช สุขเจริญ บริหารงานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552-ปัจจุบัน
ในปี พ.ศ. 2552 สมาคมฯ มีสมาชิกสามัญรวมจำนวนทั้งหมด 496 คน ซึ่งนับได้ว่า เป็นผลพวงมหาศาลจากการให้การศึกษาของอาจารย์เจเนวีฟคอลฟีลด์ สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน สำหรับสมาชิกของสมาคมฯ ที่มีคุณูปการ และบทบาทสำคัญต่อองค์กรคนตาบอด และสังคมทั่วไป อาทิ
1. อาจารย์ออรอรา ศรีบัวพันธุ์ ผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิคอลฟีลด์เพื่อคนตาบอดฯ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขาธิการ และผู้จัดการมูลนิธิคอลฟีลด์เพื่อคนตาบอด ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี
2. นายวิรัช ศรีตุลานนท์ เป็นบัณฑิตตาบอดคนแรกในประเทศไทย จากคณะอักษรศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อดีตนายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ประธานสภาผู้ทรงคุณวุฒิสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย
3. นาย บุญมา ทรัพย์สกุล อดีตประธานคณะกรรมาธิการสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าโครงการการศึกษานอกโรงเรียน สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย
4. นายเพชรัตน์ เตชวัชรา (อดีตนายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย) ผู้ก่อตั้งมูลนิธิส่งเสริมอาชีพคนตาบอด ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิส่งเสริมอาชีพคนตาบอด
5. นายใหญ่ พงศาสนองกุล (อดีตนายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์บริการคนตาบอดแห่ง ประเทศไทย
6. นายอรชุน ตันฤกษ์สถาพร ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกสมาคมคนตาบอดกรุงเทพมหานคร
7. ศ. วิริยะ นามศิริพงษ์พันธุ์ (อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. 2549 – 2551 ) อดีตประธานสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
8. นางศิริณี อักษรมี ผู้ริเริ่มก่อตั้งสมาคมสตรีตาบอดในประเทศไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกสมาคมสตรีตาบอดในประเทศไทย
9. นายโกมล มาลัยทอง ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนการศึกษาคนตาบอด จังหวัดขอนแก่น
10. น.ส.ธนาพันธ์ เค้าสิม อดีตนายกสมาคมสตรีตาบอดในประเทศไทย ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่ง อาจารย์หัวหน้าภาควิชาภาษาไทย โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|

















