ทางที่พระเจ้าประทาน
ดิฉันชื่อบุษบงก์ค่ะ เป็นนักศึกษาปริญญาเอกมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดิฉันเป็นชาวพุทธที่มีความรู้เรื่องศาสนาคริสต์น้อยมาก และเนื่องจากดิฉันเป็นพยาบาลจึงเชื่อในหลักวิทยาศาสตร์ ในสิ่งที่พิสูจน์ได้ จนกระทั่งดิฉันได้มาพบกับพี่อ้วนและเรื่องที่หาคำอธิบายไม่ได้มากมาย
เนื่องจากงานวิจัยของดิฉันเกี่ยวข้องกับการศึกษาโสเภณีเขมรที่ดิฉันต้องการแสดงว่าทุกคนไม่ว่ามีอาชีพอะไร เป็นใครก็มีความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน ดิฉันจึงไปเรียนภาษาเขมรที่มหาวิทยาลัยศิลปกรและได้พบกับพี่อ้วนที่เป็นปาฎิหารย์อย่างแรก พี่อ้วนเป็นผู้ที่ศรัทธาในพระเจ้าอย่างยิ่งสิ่งที่แสดงว่าพี่อ้วนศรัทธาในพระเจ้าคือการที่พี่อ้วนมีความรักให้กับทุกคน เมื่อพี่อ้วนรู้ว่าดิฉันต้องการทำวิจัยในเขมร ก็สนใจช่วยเหลือ แล้ววันหนึ่งพี่อ้วนก็มาชวนให้ไปพบคุณพ่อวีรชัยซึ่งอยู่ประจำโบสถ์ที่สีหนุวิลล์ประเทศเขมร คุณพ่อมาประชุมที่กรุงเทพฯ วันที่ดิฉันไปพบคุณพ่อดิฉันก็ยังไม่แน่ใจนักว่าจะได้ไปทำวิจัยในเขมรจริง ๆ ก่อนกลับพี่อ้วนพาเข้าไปในโบสถ์ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ดิฉันได้คุกเข่าต่อหน้ารูปปั้นของพระเยซู
ดิฉันจำได้แม่นยำว่าวันนั้นดิฉันอธิษฐานว่าหากสิ่งที่ดิฉันคิดจะทำเป็นสิ่งดีงามก็ขอให้พระองค์ทรงกรุณานำทางดิฉันด้วย
หลังจากวันนั้นก็ดูเหมือนว่าประตูทุกบานไปสู่เขมรเปิดออก ความช่วยเหลือทุกอย่างที่ดิฉันร้องขอได้รับการตอบรับ เรื่องบางเรื่องเหตุการณ์บางอย่างบังเอิญเกิดจนไม่น่าเป็นไปได้ นับจากวันที่ดิฉันขอให้พระเจ้านำทางจนถึงวันนี้เป็นเวลา 1 ปีแล้ว ดิฉันไปเขมรมา 2 ครั้งแล้ว มันเหลือเชื่อจนดิฉันเชื่อว่าพระองค์ได้นำทางดิฉันและสิ่งที่ตามมาคือทุกอย่างที่ดิฉันทำดิฉันไม่กล้าทำสิ่งไม่ดีไม่ว่าจะมีคนรู้หรือไม่เพราะนี่ไม่ใช่หนทางที่ดิฉันสร้างมันเอง แต่ดิฉันเชื่อว่าพระเจ้านำทางอยู่ถ้าดิฉันทำอะไรไม่ดีก็จะผิดต่อพระเจ้า
ดิฉันไปที่เขมรในฐานะพยาบาลอาสาสมัครของคณะภคิณีศรีชุมพบาล ที่มีเรื่องให้ประหลาดใจตลอดเวลา อย่างแรกคือดิฉันประหลาดใจในพลังอันมากมายของความรักและความปรารถนาในการทำเพื่อคนอื่นของซิสเตอร์ ที่ซิสเตอร์บอกว่าซิสเตอร์ไม่ได้ทำเองแต่พระเจ้าเป็นผู้ทำผ่านเรา ดิฉันไม่เคยเห็นพลังแห่งความรักที่มากมายไร้ขีดจำกัดแบบนี้มาก่อน
ในวันแรกที่ไปที่สีหนุวิลล์ประเทศกัมพูชาตรงกับวันอีสเตอร์พอดีเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เข้าร่วมเทศกาลทั้งสามวัน ได้เห็นพิธีล้างบาปที่ผู้ล้างเดินลงในบ่อน้ำเปียกทั้งตัวจริงๆ แต่สิ่งที่ทำให้ดิฉันร้องไห้คือเห็นคุณยายสูงอายุชาวเขมรที่ทุกคนคงรู้ว่ายายต้องผ่านยุคอันโหดร้ายทารุณของเขมรแดงมา แต่ยายกลับมีศรัทธาในพระเจ้าอย่างเหลือเกินจากสีหน้าแววตาที่ยายแสดงออก ความโหดร้าย ทารุณที่กระหน่ำในชีวิตยายไม่ได้ทำให้ศรัทธาในพระเจ้าของคุณยายเหล่านี้หายไปเลย การเดินแห่ภาพ 14 ภาพของที่นี่ต้องเดินขึ้นลงภูเขาและคุกเข่าอย่างยากลำบากขนาดฉันที่ยังแข็งแรงยังเหนื่อยแต่ผู้สูงอายุเหล่านี้ไม่เหนื่อยยังเดินอย่างมุ่งมั่น ราวกับไม่ได้เดินด้วยตัวของยายเอง
งานที่ศูนย์ที่สีหนุวิลล์ของคณะภคิณีศรีชุมพบาลเป็นการออกไปสอนภาษาอังกฤษแก่เด็กๆยากจนชาวเขมรในสลัมที่สลัมกว่าในเมืองไทยมากนัก และสอนถึงสิทธิและอันตรายของการค้ามนุษย์ นอกจากนี้ยังไปสอนผู้หญิงที่ทำงานกลางคืนในบาร์ ดิฉันต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าเลิกงานเกือบสองทุ่ม แต่น่าแปลกที่ดิฉันกลับไปเหนื่อยแต่มีความสุขตลอดเวลานี่คงเป็นเพราะมีใครบางคนกำลังทำงานผ่านตัวฉัน ตอนนี้สิ่งที่ดิฉันทำคือขอบคุณพระองค์ที่กรุณาฟังดิฉันและทำงานผ่านตัวดิฉันและดิฉันสัญญาว่าดิฉันจะไม่ละทิ้งศรัทธานี้และหน้าที่ที่พระองค์มีพระประสงค์ให้ดิฉันทำ
บุษบงก์ วิเศษพลชัย
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
















