วันนึงผมก็ชวนน้องสาวของผมที่เป็นสัตวแพทย์ไปด้วย ตอนแรกก็นึกว่าเธอจะช่วยตรวจรักษาน้องหมาน้องแมวเพราะที่ศูนย์จะมีน้องหมาน้องแมวที่เจ้าของพามาด้วย แต่น้องเค้าไม่มีเครื่องมือหรืออุปกรณ์ในการตรวจรักษามาด้วย ก็เลยไม่ได้ไปโซนนั้น เราก็ไปถามเจ้าหน้าที่ว่ามีงานอะไรให้ช่วยหรือเปล่า ตอนนี้มีน้ำรั่วในห้องซึ่งน้องของผมก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี เธอเลยรับหน้าที่เป็นผู้ช่วยหมอ(นวด)แทน แม้จะเป็นงานที่เล็กน้อย แต่รอยยิ้มและความจริงใจของเธอก็ช่วยให้ทุกคนที่เธอคุยด้วยยิ้มออก เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีราคาแต่หาค่ามิได้
แพร่ธรรมด้วยมือเปล่า
“แสวงหาพระประสงค์ของพระเจ้าในแต่ละขณะ”
ช่วงปิดเทอมที่ผ่านมานี้ ผมมีแผนที่จะทำอะไรหลายอย่างแต่เหตุการณ์น้ำท่วมก็ทำให้ผมต้องเปลี่ยนแผน เป็นต้นว่าผมอยากไปเยี่ยมเด็กๆ กับคนไข้ที่ Camillian Social Centre ระยอง ก็เปลี่ยนเป็นไปเยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ศูนย์ผู้อพยพบริเวณศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะร่วมทีมกับคุณพ่ออาเดียอาโน เปโลซิน และกลุ่ม PMG ซึ่งไปที่นั่นมาก่อนแล้ว โดยมีจุดประสงค์เพื่อเยี่ยมเยียนบรรเทาใจผู้ประสบภัยที่มีความทุกข์ความเครียด ความกังวลต่างๆ
พอไปถึง ผมก็ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มงานอย่างไร ก็เลยลองคุยกับชาวบ้านไปเรื่อยๆ จนพี่ที่มาด้วยกันชวนผมไปคุยกับคุณลุงคนหนึ่งที่มีปัญหาด้านสุขภาพ คือเป็นอัมพฤกษ์เนื่องจากเส้นเลือดฝอยในสมองตีบ ผมก็เลยช่วยนวดและทำกายภาพให้ ซึ่งก็ช่วยให้คุณลุงรู้สึกดีขึ้นและมีความหวังที่จะเดินได้อีกครั้ง (แต่ต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ว่านวดครั้งเดียวแล้วเดินได้เลย) จากนั้นก็มีคนอื่นมาขอให้ผมไปช่วยนวดผู้ป่วยคนอื่นที่เดินไม่ได้ ผมเลยเดินเข้าไปในโซนผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ โซนนั้นส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่มีอาการเส้นเลือดในสมองตีบ หรือเป็นโรคจากการทำงานหนัก ผมก็เริ่มต้นจากลองเข้าไปถามคุณป้าคนหนึ่งว่ามีอะไรที่พอจะช่วยได้บ้างมั้ย คุณป้าก็บอกว่าเมื่อยขา ปวดหัวเข่า ผมก็เลยช่วยนวดขาให้คุณป้า ด้วยความที่เคยเรียนนวดแผนไทยมา แม้จะไม่ได้นวดเป็นอาชีพแต่ก็พอนวดแก้อาการได้บ้างผู้สูงอายุบางคนก็มีโอกาสจะกลับมาเดินได้อีกถ้าได้รับการรักษาและดูแลที่ดี บางคนจะหายได้ก็ต้องผ่าตัดเปลี่ยนหัวเข่า และบางคนก็ไม่มีโอกาสเดินได้อีก แต่เราก็ดูแลเค้าเพื่อให้กำลังใจทั้งตัวคนไข้เองและผู้ดูแล ให้รู้ว่ายังมีคนห่วงใยเขาอยู่
ในงานนี้ผมรู้สึกว่าเราแต่ละคนก็พยายามแสวงหาพระประสงค์ของพระเจ้าในแต่ละขณะ เพราะทั้งผมและน้องของผมเจอโจทย์ข้อเดียวกัน คือ “เราควรจะทำอะไร?” ผมเองไม่ใช่คนร่ำรวยที่จะหาซื้อสิ่งของมากมายมาช่วยเหลือผู้ประสบภัย มีเพียงมือเปล่าๆ กับความรู้นิดหน่อยและความเชื่อเท่านั้น คือเชื่อว่าพระเจ้าทรงดูแลรักษาลูกๆ ของพระองค์ทั้งด้านร่างกายและวิญญาณ น้องสาวของผมถึงจะไม่ได้เป็นแพทย์แผนไทย แต่ก็มีหัวใจที่พร้อมจะรักและรับใช้เพื่อนมนุษย์โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในความยากลำบาก พระเจ้าให้ความสามารถและพรสวรรค์แก่เราทุกคน ขึ้นอยู่กับเราว่าจะแสวงหาพระประสงค์ของพระองค์ในแต่ละขณะเวลาหรือในเหตุการณ์ต่างๆ หรือไม่ และเราจะตอบสนองโดยนำของประทานต่างๆ ที่ได้มาฟรีๆ นั้นออกมาใช้หรือเปล่า เหมือนกับคำอุปมาของพระเยซูเจ้าเรื่องเงินตะลันต์ (มธ 25:14-30)
การไปเยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งนี้ แม้จะไม่ได้เตรียมตัวไปแพร่ธรรมโดยเฉพาะ แต่เราก็มีโอกาสบอกว่าเราเป็นคริสตชน เวลาที่คุณลุงคุณป้าถามว่าผมทำงานอะไร ผมก็ตอบว่าผมกำลังเรียนเพื่อเตรียมตัวเป็นบาทหลวงของคริสต์ ที่ศูนย์ฯ นี้ไม่ใช่สถานที่ที่เราจะสอนศาสนา แต่เราสามารถเป็นพยานถึงความรักความเมตตาของพระเจ้าของเราได้ ผมรู้สึกว่าผู้แพร่ธรรมต้องให้การกระทำนำคำพูด เพราะคำพูดของเราจะไม่มีประโยชน์เลยถ้าการกระทำของเราไม่ได้แสดงออกถึงความรักตามแบบอย่างของพระเยซูเจ้า
สิ่งที่ผมได้พบในวิกฤติครั้งนี้ คือความมีน้ำใจของคนไทย มีผู้คนมากมายที่บริจาคเงินและสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย มีอาสาสมัครจำนวนมากมาช่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นงานแพ๊คของ ขนของ และงานบริการต่างๆ มีหน่วยงานหลายหน่วยงานจากทุกภาคส่วนมาช่วย เรียกได้ว่าของกินของใช้ที่จำเป็นไม่มีขาด ในมิสซาคุณพ่อก็จะภาวนาเพื่อผู้ประสบภัยจนกลายเป็นบทภาวนาประจำไปแล้ว ผู้ที่ประสบภัยเองก็แสดงน้ำใจด้วยเช่นกัน เช่น ช่วยเก็บขยะ กวาดพื้น ทำความสะอาด ล้างห้องน้ำ ฯลฯ โดยไม่มีใครสั่งหรือขอให้ทำ ผู้สูงอายุและผู้ป่วยบางคนที่ไม่สามารถไปหาหมอเองได้ก็ได้ออกมาจากบ้านและมีโอกาสรับการรักษาพยาบาล เรียกได้ว่าถ้าน้ำไม่ท่วมก็คงไม่ได้เห็นหน้าหมอ ทุกวิกฤติก็มีโอกาส ทุกปัญหาก็มีพระพร ขึ้นอยู่กับเราว่าจะฟังเสียงของพระเจ้าและยอมเป็นเครื่องมือของพระองค์หรือไม่
ขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับความรักของพระองค์ที่ยิ่งใหญ่กว่าวิกฤติหรือปัญหาใดๆ และพระองค์ทรงอยู่เคียงข้างเราเสมอ ขอบคุณในน้ำใจดีของทุกๆ คนขอพระเป็นเจ้าช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในความทุกข์ยากลำบากทั้งด้านร่างกายและจิตใจ และขอพระองค์ทรงตอบแทนน้ำใจดีของทุกๆคน “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ท่านทำสิ่งใดต่อพี่น้องที่ต่ำต้อยที่สุดของเราคนหนึ่ง ท่านก็ทำสิ่งนั้นต่อเรา” (มธ 25:40)
สามเณรใหญ่ คณะธรรมทูตไทย (TMS)
อัครสังฆมณฑลกรุงเทพ















